หลายท่านคงรู้จัก 3 Card Monte ในฐานะการโกงของเหล่ามิจฉาชีพ และหลายท่านคงเคยหลวมตัวถูกหลอกให้เสียทรัพย์มาแล้ว ผู้เขียนเคยเห็นพวกมิจฉาชีพกำลังหลอกคนที่ สถานีขนส่ง บขส. แห่งหนึ่งนานมาแล้ว เขาใช้ลังกระดาษขนาดใหญ่ตั้งบนพื้น บนลังมีไพ่สามใบ เป็นไพ่ A แดง 1 ใบ อีกสองใบเป็นไพ่ 10 ดำ เขาคว่ำไพ่ที่ดัดโค้งวางลงบนลัง ใช้มือสองข้างโยนสลับไพ่ทั้งสามไปมาช้าๆ แล้วเชิญชวนให้เหยื่อวางเงินลงบนไพ่ที่คิดว่าเป็นไพ่ A แม้ว่าเขาจะสลับไพ่ไปมาช้าๆ จนสามารถระบุได้ว่าไพ่ใบไหนคือไพ่ A จะมีหน้าม้าคอยวางเงินบนไพ่ใบนั้น เมื่อเปิดไพ่ขึ้นปรากฏว่าแทงถูก ได้เงินจากเจ้ามือไม่น้อย เหยื่อรอบข้างพากันตาโต วางเงินแทงในรอบต่อๆ ไป ซึ่งคงไม่ต้องเดาว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร
3 Card Monte มีสองสถานะ คือ แนวโกง และ แนวมายากล ในบทความนี้จะเน้นในแนวของมายากล ที่นำมาแสดงเพื่อความบันเทิงไม่ใช่การพนัน
ต้นกำเนิดยุคแรก: รากเหง้าของเกมนี้อาจย้อนไปไกลถึงยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 15 และมีการเล่นในปารีสในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ตามที่ Jean Eugène Robert-Houdin นักมายากลชื่อดังชาวฝรั่งเศสได้บันทึกไว้ในหนังสือของเขาเมื่อปี 1861
ชื่อ "Monte" น่าจะมีที่มาจากเกมไพ่พนันของสเปนชื่อ "Monte Bank" ที่ได้รับความนิยมในเม็กซิโกและทางตะวันตกของอเมริกา แต่ "Three-card Monte" ที่เรารู้จักกันนั้นพัฒนาเป็นเกมหลอกลวงข้างถนน (confidence trick) ในรูปแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งแตกต่างจากการพนันทั่วไป เพราะผู้เล่นไม่มีทางชนะเลย เกมนี้ถูกเรียกในชื่อต่างๆ มากมาย เช่น Find the Lady, Three-card trick, หรือ Follow the bee แต่ชื่อเหล่านี้คนไทยไม่คุ้น เรามักเรียกว่า ไพ่สามใบ
การเปลี่ยนผ่านจากเกมโกงข้างถนนมาเป็นมายากล เกิดขึ้นจากการที่นักมายากลและนักเขียนเริ่มบันทึกและเปิดเผยเทคนิคต่างๆ ทำให้คนทั่วไปเห็นว่ามันคือกลเม็ด ไม่ใช่เรื่องดวง และสามารถนำมาแสดงเป็นความบันเทิงได้
Professor Hoffmann (Angelo John Lewis)ได้เผยแพร่ในหนังสือคลาสสิก Modern Magic (1876) เขาได้บรรยายเกมนี้ไว้ในบท "The 'Three-Card' Trick"
John Nevil Maskelyne: นักมายากลชื่อดังชาวอังกฤษ ได้เขียนเปิดโปงกลโกงนี้ในหนังสือ Sharps and Flats (1894) เพื่อเตือนสาธารณชน
หนังสือที่ทำให้ชาวโลกได้รู้จัก 3 Card Monte มากที่สุดคือ The Expert at the Card Table เขียนโดย S. W. Erdnase เมื่อปี 1902 (ยังคงถูกตีพิมพ์ซ้ำจนถึงปัจจุบันนี้) หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายรายละเอียดเทคนิคการใช้มืออันแยบยล (sleight of hand) ที่ใช้ในเกมนี้เป็นครั้งแรก ทำให้นักมายากลสามารถศึกษาและนำไปพัฒนาเป็นการแสดงได้อย่างถูกต้อง
หลังจากนั้น Three-Card Monte ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไพ่คลาสสิก มีการคิดค้นเทคนิคและรูปแบบการแสดงใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนักมายากลชื่อดัง เช่น Dai Vernon, Jean Hugard และ Darwin Ortiz ได้ตีพิมพ์เผยแพร่รูปแบบต่างๆ ของกลนี้ในหนังสือและตำราสำคัญๆ ตลอดศตวรรษที่ 20ในฐานะมายากล Three-card Monte ถูกนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย แตกต่างจากการเล่นพนันข้างถนนโดยสิ้นเชิง นักมายากลสามารถแสดงกลนี้คนเดียว (ไม่ต้องใช้หน้าม้า) โดยใช้เทคนิคต่าง (Sleight of Hand) เพื่อทำให้ผู้ชมเลือกผิดเสมอ แม้จะมั่นใจเต็มร้อย
ผู้เขียนได้เปิดหลักสูตร 3 Card Monte สอนให้กับนักมายากลที่สนใจ เพื่อเป็นวิทยาทาน ในโครงการ ความรู้สุนทาน โดยเน้นให้นำไปเตือนบุคคลทั่วไปไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
สรุปได้ว่า Three-card Monte ไม่ได้ถูก "ประดิษฐ์" ขึ้นโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นวิวัฒนาการจากกลโกงข้างถนนที่ค่อยๆ ถูกเปิดโปงและยกระดับด้วยน้ำมือของนักมายากลและนักเขียนสำคัญๆ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นบทเรียนพื้นฐานและกลคลาสสิกที่ถูกจดจำในวงการมายากลมาจนถึงทุกวันนี้



